Search stories, friends or teachers

People followed me

Notifications

My Works

My Drafts

มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ

สวัสดีคะเพื่อนๆทุกคน เราได้มาพบเจอกันอีกแล้ว หวังว่าที่เราได้มาพบกันในครั้งนี้ทุกๆคนน่าจะสอบเสร็จหมดแล้ว เป็นยังกันบ้างคะ ข้อสอบปีนี้ทำได้หรือเปล่า ถ้าใครได้คะแนนเท่าไรช่วยมาอวดกันหน่อยสิ คอมเมนต์มากันนะ สำหรับฉัน ปีนี้ก็คิดว่าน่าจะเป็นปีที่ได้คะแนนดีๆหมดทุกวิชาเลย รู้สึกดีใจมากที่ตัวเองทำได้แล้ว เอาละสำหรับวันนี้หัวข้อมันก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเขียนยากมาก แต่ว่าน่าจะมีหลายเรื่องให้เขียนเลยทีเดียว
และหัวข้อในสัปดาห์นี้ก็คือ
..........มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ..........
     ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ ที่เราคิดว่ามันอาจจะง่ายสำหรับเรา แต่ที่แท้จริงมันอาจจะไม่ง่ายอย่างที่เราคิดก็ได้
กว่าเราจะได้อะไรมาอย่างหนึ่งมันต้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงฉันจะได้มา
บางทีเราไม่ควรทำอะไรที่มันเกินตัวเรา หรือเราทำไม่ได้ แต่กลับคิดไปเองว่าเราทำได้ เพราะว่ามันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างที่เราคิด
ที่ผ่านมาฉันก็ได้เจอกับหลายๆเรื่องที่มันไม่ใช่ง่ายๆเลย
แต่สุดท้ายฉันก็สามารถผ่านมาได้ด้วยความพยายามของฉัน
แล้ววันนี้ฉันก็จะมาเล่าเกี่ยวกับเรื่องที่ฉันทำ แล้วคิดว่ามันไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ
และลายละเอียดต่างๆที่ฉันจะเขียนในเรื่องนี้ก็คือ ฉันจะเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เคยพบมา และไม่ง่ายเลยที่จะทำสิ่งนั้น เพราะมันต้องใช้ความพยายาม และความอดทนอย่างมากกว่าจะผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้ แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้นเราก็ต้องตามไปดูกันเลยดีกว่า
เรื่องที่ 1 ตักข้าวเยอะเกินกว่าที่ตัวเองจะกินได้
 ก็คือเวลาฉันกินข้าว ฉันเป็นคนที่กินข้าวน้อยมาก แต่ก็ชอบตักเยอะจนตัวเองกินไม่หมด ทั้งๆที่รู้ดีว่ากินไม่ไหวก็ควรตักน้อย  การที่จะกินข้าวที่ฉันตักให้หมดมันเป็นเรื่องที่ยากมาก ทุกๆอาจจะคิดว่าแค่กินให้มันหมดๆไปซะ แต่มันไม่ใช่ เพราะว่าฉันตักเยอะ เอาง่ายๆเลยคือโลภมาก พอโลภมากสุดท้ายก็กินไม่หมดอยู่ดี นอกซะจากวันนั้นเป็นวันที่มีของอร่อยมากๆ  มีของกินที่ฉันชอบ ฉันก็จะกินข้าวหมดหลายจานเลย
เรื่องที่ 2 กินบิงซู
 บิงซูคือเมนูของหวานชนิดหนึ่งที่มันอร่อยมากๆ และยังละลายในปากอีกด้วย ฉันเป็นคนที่ชอบกินบิงซูมากๆ แต่บิงซูเวลากินมันจะทำให้เราอิ่มเร็ว อิ่มง่าย โดยที่ยังกินไม่หมด เวลาฉันไปกินทุกครั้งก็กินไม่หมดถ้ากินคนเดียว ฉันจึงบอกพ่อแม่ว่า ต้องช่วยหนูกินบิงซูด้วยนะ ไม่งั้นมันจะเหลือ แต่พ่อแม่ฉันก็กินได้ไม่ค่อยเยอะเท่าไร เพราะไม่ชอบกินอะไรพวกนี้ จึงทำให้การกินบิงซูมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆของฉัน
เรื่องที่ 3 กินหม่าล่า
 หม่าล่าก็เหมือนกับปิ้งย่างธรรมด่ แต่มันทาซอสอะไรก็ไม่รู้ไปด้วย เพิ่มความเผ็ดให้เรา แถมเรายังปรับระดับความเผ็ดแล้วแต่เราได้อีกด้วย เวลาฉันสั่งทุกครั้งก็จะสั่งระดับความเผ็ดเป็นเผ็ดมาก เพะราะว่าพี่ฉันกินด้วย พี่เป็นคนที่ชอบกินเผ็ดมากๆ แล้วฉันก็อยากจะกินด้วย เพราะคิดว่าตัวเองกินเผ็ดได้ แต่พอสั่งมากินคำแรกๆ ก็คิดว่าขนาดสั่งเผ็ดมากแล้วทำไมมันยังไม่รู้สึกเผ็ดเลย แล้วฉันก็กินต่อไปเรื่อยๆ สักพักแหละ...ถึงกับต้องวิ่งไปหาน้ำเลย.....มันไม่ได้เผ็ดเหมือนกินพริกบ้านเรา....แต่มันเหมือนเผ็ดเครื่องเทศแสบร้อนคอมากกว่า...ฉันกับพี่สั่งคนละ 3 ไม้ แต่ฉันก็เกือบจะกินไม่หมดแล้ว เพราะว่าไม้สุดท้ายแทบจะกินไม่ไหว จึงได้รู้ว่าการกินหม่าล่าเนี่ยไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
หลังจากที่เราพูดเรื่องของกินไปเยอะมากแล้ว งั้นเปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ของกินดีกว่า
เรื่องที่ 4 การสอบ
 การสอบเนี่ยฉันเชื่อว่าทุกๆคนต้องคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ทุกคนฉันก็คิดด้วยเหมือนกัน แล้วยิ่งปีนี้ฉันดีใจมากที่ความพยายามของฉันสำเร็จ เพราะว่าสอบได้คะแนนมากขึ้นกว่าเดิมจากเทอมที่แล้ว เพราะว่าปีนี้เป็นปีที่ฉันรู้สึกคิดว่าตัวเองทุ่มเทกับการสอบครั้งนี้มากที่สุด ไม่ใช่ว่าไม่เคยทุ่มเทนะ เคยแต่ว่าปีนี้ทุ่มเทกับการสอบเยอะมาก เพราะว่าฉันคิดว่าจบ ป.6 ไป ยังไงฉันก็จะต้องสอบเข้าโรงเรียนที่ฉันอยากเข้าให้ได้ นั่นก็คือ...โรงเรียนเบญ...เป็นโรงเรียนที่ฉันอยากเข้ามาก...ถ้าเกิดอยากเข้าก็ต้องทำคะแนนให้ได้ดีๆ ได้เกรด 4 ตั้งใจเรียน ครั้งนี้ที่ฉันทุ่มเทมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ยอมเสียสละเวลาพักกลางวัน จากที่ปกติฉันจะไปทำ differsheet กลับต้องไปจดแนวข้อสอบดนตรีที่ห้องดนตรี ซึ่งมันต้องจดตั้ง 50 ข้อ แล้วเวลาพักกลางวันมันก็ไม่พอด้วย เพราะว่ามีเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ ที่จริงมีเวลาพัก 1 ชั่วโมง แต่กว่าจะกินข้าวเสร็จ กว่าจะกินขนม ก็กินเวลาไปนานเลย แต่การไปจดครั้งนี้เราไปกัน 2 คน เพื่อไปช่วยกันจดคนละ 25 ข้อ จะได้เสร็วเร็วๆ เพื่อนคนนั้นก็คือ...เคลียร์....ที่จริงงานนี้คุณครูไม่ได้สั่งให้จดหรอก ให้อ่านอย่างเดียว แล้วก็ไม่ให้เอาหนังสือกลับบ้านด้วย อีกอย่างเวลาอ่านก็อ่านได้แค่ในช่วโมง สู้จดเอากลับบ้านไปทบทวนดีกว่า พอจดเสร็จก็เอาไปพิมพ์ในคอม เพื่อที่จะได้ปริ้นท์มาอ่านได้สะดวก เพราะว่าที่จดไป จดลายมือและมากๆเนื่องด้วยเวลามันมีน้อยก็เลยต้องรีบจดไปก่อนแล้วค่อยไปพิมพ์สวยๆทีหลัง อีกอย่าวเวลาพิมพ์ก็ช่วยกันพิมพ์คนละ 25 ข้อเหมือนเดิม แล้วก็ปริ้นท์มาแบ่งกันอ่าน มันไม่ใช่แค่นี้ เรา 2 คนยังช่วยกันจดสรุปของแต่ละเรื่อง เพราะว่าจะได้รู้ว่าเราเข้าใจมากแค่ไหน และยังได้อ่านประเด็นสำคัญเลย ไม่ต้องไปนั่งอ่านหนังสือหลายๆหน้า และยังทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นอีกด้วย พอถึงวันสอบจริงก็เตรียมตัวมาอย่างดี และก็จะทำให้ได้คะแนนมากกว่าเดิมด้วย จนในที่สุดก็สอบเสร็จ และยั งรู้คะแนนเกือบหมดทุวิชาแล้วด้วย แต่แค่ยังไม่รู้เกรด....เอาละต่อไปนี้ก็จะถึงช่วงเวลาอวดคะแนนกัน..........
เริ่มเลย
คณิต = 24 เต็ม 25
วิทย์ = 20 เต็ม 25
สังคม = 14 เต็ม 15
ภาษาไทย = 16 เต็ม 20 
อังกฤษ = 14 เต็ม 15
การงาน = 20 เต็ม 20
ดนตรี = 39 เต็ม 45
สุขศึกษา = 19 เต็ม 20
หมดแล้วคะ ก็ถือว่าความพยายามที่ฉันทำไปสำเร็จ......เย้........
เรื่องที่ 5 สอบ สสวท.
 การสอบสสวท.เนี่ย ฉันสอบครั้งแรกก็ตอน ป.5 เนื่องด้วยฉันไม่เคยไปสอบสสวท.เลย เคยแต่ได้ยินชื่อ ฉันลงสอบทั้ง 2 วิชาเลย คือวิทย์กับคณิต วิชาที่ฉันถนัดก็คือ คณิต ฉันก็เลยคิดว่ายังไงก็ต้องได้คะแนนคณิตเยอะกว่าวิทย์แน่นอน แต่พอวันไปสอบจริงก็ทำได้อยู่นะ ทั้ง 2 วิชาเลย แต่พอถึงวันประกาศคะแนนเนี่ยแหละ กลับได้วิทย์เยอะกว่าเฉยเลย แต่ก็ได้น้อยทั้งคู่ ถ้าเกิดบอกคะแนนไปอย่าว่ากันนะ....บอกก็ได้
คณิตได้ 3 เต็มเท่าไรไม่รู้จำไม่ได้ วิทย์ได้ 17 เต็ม 50
เรื่องที่ 6 การดูน้อง
 ครอบครัวของฉันมีลูกอยู่ 2 คน และฉันก็เป็นคนสุดท้อง ทุกๆคนอาจจะสงสัยละสิว่าทำไมบอกชื่อเรื่องว่า การเลี้ยงน้อง แต่ไม่มีน้อง มีแต่ฉันที่เป็นน้อง น้องในที่นี้ก็หมายถึงลูกของพี่ฉัน ที่จริงต้องเรียกว่าหลาน แต่ยังไงก็เรียกไม่ถนัด ชอบเรียกว่าน้องมากกว่า ลูกของพี่มีชื่อว่า ดราก้อน เป็นเด็กผู้ชาย เวลาเลิกเรียนมาฉันก็ต้องมาช่วยดู รอที่พี่เมย์จะกลับบ้านมา แล้วยิ่งปิดเทอมก็ต้องช่วยดูทั้งวัน ตอนนี้ดราก้อนใกล้จะ 2 ขวบแล้ว เดี๋ยว 20 เมษายนนี้ ก็ครบ 2 ขวบเต็มๆ ดราก้อนเป็นคนที่วิ่งเร็วมากๆ แทบจะจับไม่ทัน ถึงจับได้แล้วก็ทำเป็นตัวอ่อน แล้วก็ดิ้นแรงมากจนฉันสู้แรงไม่ไหวเลย บางครั้งก็อุ้มแทบไม่ไหวจนปล่อยไปเลย จะบอกว่าดราก้อนนี่สุดยอดมากๆ เวลาวิ่งรองเท้าก็ไม่ใส่ วิ่งเท้าเปล่าไปเลย แล้วประเด็นก็คือ บ้านฉันเป็นโรงกลึงมันก็จะมีพวกเศษเหล็กอะไรก็ไม่รู้หล่นอยู่เต็มพื้นไปหมดเลย ที่กลัวก็เพราะว่ากลัวเหล็กทิ่มขา จริงๆก็เคยโดนมาแล้วแหละ โดนหลายรอบแล้วด้วย โดนเท่าไรก็ไม่เข็ดสักที พอไม่ยอมใส่รองเท้านะ ก็จะไม่ใส่เลย แต่พอยอมใส่เท่านั้นแหละ ไม่ยอมถอดเลย  ขนาดเข้ามาเล่นในห้องแล้วก็ยังไม่ยอมถอด ก็เลยมีรอยเท้าเลอะเต็มห้องเลย จะทำยังไงได้ละ พอถอดให้ก็ร้องจะใส่คืน ก็ต้องยอมเก็บกวาดไปแล้วกัน แล้วอีกอย่างที่จะเล่าก็คือ มันตลกมากๆ เพราะว่า ดราก้อนเวลาใครจะให้ของกินเช่น ช็อคโกแล็ต ถ้าเกิดยังไม่มีรอยกัดหรือยังไม่มีใครกิน ก็จะต้องให้ใครสักคนกินก่อน ถึงจะกินได้ เหมือนกลัวจะถูกวางยามั้ง 555 แล้วพอเวลากินเสร็จนะจะบังคับให้คนอื่นแบมือ แล้วก็จะคายขนมใส่มือ อีกอย่างดราก้อนชอบบงการชีวิตคนอื่น เช่น ฉันเนี่ยแหละ โดนลากทั้งวัน ไปไหนไม่ได้เลย คือชอบลากไปยู่นไปนี่ สั่งให้ทำนู่นทำนี่ เช่น ลากไปนั่งรถจักรยานของเด็กแล้วก็ให้นั่งแ แล้วดราก้อนก็จะเป็นคนเข็นเอง จนคิดว่าใครดูใครกันแน่ พี่ดูน้อง หรือน้องดูพี่กันแน่ แค่นี้ยังไม่พอแถมยังชอบทำร้ายคนอื่นอีกด้วย โดนประจำเลย อย่างวันนี้ก็โดนดึงผม ตีหัว โดนสารพัดเลย กว่าจะจบไปวันหนึ่งได้กับการเลี้ยงดราก้อนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย                                                                                                                                                       
เรื่องที่ 7 การแสดงเมาคลี
  การแสดงเมาคลีมันผ่านไปตั้งนานแล้วแหละ แต่ฉันก็ยังจำมันได้อยู่ทุกตอนเลย และทุกเหตุการณ์เวลาที่เราซ้อมกัน อยากจะบอกว่ากว่าจะมากลายเป็นเรื่องราวเมาคลีที่สมบูรณ์แบบได้ มันต้องใช้ความพยายาม อดทน และความร่วมมือซึ่งกันและกัน จึงจะมาเป็นเรื่องราวเมาคลีได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ ไหนจะต้องอดทนรับฟังคำแก้ไข ได้กินข้าวช้า แต่พอแสดงเสร็จหมดทุกอย่าง ก็เหมือนกับการปลดปล่อย ดีใจมากๆๆๆๆแสดงเสร็จแล้วโว้ย...ขออนุญาตินะคะ...555
เรื่องที่ 8 เล่นกีฬา
 กีฬาเป็นสิ่งที่ฉันเล่นไม่เก่งเลย แล้วก็ไม่ค่อยชอบด้วย โดยเฉพาะเตะบอลยิ่งไม่ชอบเลย แต่ครูก็ให้สอบ เวลาฉันเตะทีไรเอียงทุกทีเลย แล้วก็อีกอย่างก็คือ...การซิตอัป .. เป็นสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด เพราะว่าฉันทำไม่ได้ พึ่งทำได้ก็ตอน ป. 5 นี่แหละ ถึงจะทำได้ แต่ก็ทำได้น้อยมากๆ การซิตอัปมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับฉันเลย
เรื่องที่ 9 ทำอาหาร
 ฉันเป็นคนที่ชอบทำอาหารมาก ชอบทำอะไรที่แปลกไหม่ ไม่เคยกิน และชอบทำพวกขนมไทยด้วย เช่น สังขยาฟักทอง วุ้นกะทิ เป็นต้น แต่ที่ทำบ่อยก็มีหลายอย่างเหมือนกัน เช่น ลาบหมูทอด ทอดมันหัวปลี และหมูโสร่ง แต่เวลาฉันจะขอแม่ทำอาหาร บางทีแม่ก็ไม่ให้ทำ ก็ไม่เป็นไรไม่ทำก็ได้ แล้วบางทีแม่ก็ชวนทำอาหาร ฉันดีใจทันทีเลย แต่ว่าเวลาทำอาหารบางครั้งก็อยากจะทำอะไรที่มันแปลกไหม่ แต่สุดท้ายก็ทำพังบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรฉันจะทำให้มันสำเร็จให้ได้
 
เรื่องที่ 10 วันปัจฉิมของพี่ ป.6
 พี่ ป.6 ปัจฉิมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งมันก็เป็นวันสุดท้ายที่พี่ป.6รุ่นนี้จะได้ไปเรียนต่อที่มัธยมแล้ว ฉันก็ได้เตรียมของขวัญมาไว้ให้พี่ นั่นก็คือ...ดอกกุหลาบ...และได้เขียนจดหมายให้พี่แพน 6/1 ด้วย เพราะว่าพี่แพนเป็นคนที่น่ารักมากๆ แต่ก็น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้เอาให้พี่แพนเลย เพราะว่าคุณครูบอกว่าจะให้เข้าแถวเอาของให้พี่ตอนกลางวัน ตอนแรกก็จะตัดสินใจให้พี่ก่อนตอนเข้าแถวแล้วแหละ แต่เพื่อนบอกว่าค่อยให้ทีเดียวตอนเข้าแถวเอาของให้พี่เลยดีกว่า แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิดละสิ พอถึงเวลาที่พี่เขาเดินมา แทนที่จะได้มอบของให้พี่เลย แต่ต้องให้คนที่เราไม่อยากให้ เพราะว่าคุณครูเขาจะให้พี่เรียงแถวยาวมาเลย แล้วข้างหน้าของเราเป็นใครก็ต้องให้คนนั้นเลย แต่ก็ไม่เป็นไร ฉันก็เลยคิดว่าค่อยให้พี่แพนตอนปัจฉิมเสร็จแล้วก็ได้ เพราะว่าพีแพนเรียนพิเศษด้วย แต่พอเริ่มเรียนพิเศษแล้ว ฉันกับเพื่อนก็ขึ้นไปที่ห้องเพื่อรอเอาของให้พี่แพน แต่พอไปถามเพื่อนพี่แพนก็บอกว่าพี่แพนกลับไปแล้ว ฉันก็เลยอดให้จดหมายพี่แพนที่ฉันอยากให้มากเลยด้วย แต่คงไม่มีโอกาสได้ให้อีกแล้วแหละ อยากให้พี่แพนได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้จัง FCพี่แพนนะคะ
จบไปแล้วนะคะกับเรื่องราวทั้งหมดที่ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย แล้วมันต้องใช้ความพยายามถึงจะได้มา แล้วก็ขอให้ทุกตนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทนะคะ....ลาก่อน....บาย
6
People who like your story
3
Press enter to post, Shift+Enter for new line
0
This story was one of the best and beautifully decorated which deserved a Crown.

Comment

นภัสพร เอี่ยมศรี
You have to keep it in the box
มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ
Brings it forward or not?
You want to publish diary or save draft?
Do you want to remove this diary?